Eventbrite เพิ่มการเข้าชมได้ 100% ด้วยประสบการณ์ค้นหากิจกรรมใน Google

ข้อมูลของ Google Analytics แสดงให้เห็นว่าการเข้าชมหน้าข้อมูลกิจกรรมจาก Google Search เพิ่มขึ้น 100% เมื่อเทียบกับการเติบโตแบบปีต่อปีตามปกติ

ความท้าทาย

Eventbrite เป็นแพลตฟอร์มด้านเทคโนโลยีสำหรับงานกิจกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยประชาสัมพันธ์กิจกรรมหลายล้านรายการในประเทศและเขตแดนต่างๆ กว่า 180 แห่ง ทีมการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ติดอันดับบนเครื่องมือการค้นหา (SEO) ของบริษัทเริ่มใช้ข้อมูลที่มีโครงสร้าง Eventในเว็บไซต์เมื่อปี 2015 เพื่อเพิ่มระดับการเข้าถึงทางออนไลน์และเพื่อให้ผู้ใช้ค้นพบกิจกรรมของผู้จัดงานได้ง่ายขึ้น ขั้นตอนนี้ช่วยให้บริษัทพร้อมเข้าร่วมในประสบการณ์การค้นหากิจกรรมในอุปกรณ์เคลื่อนที่แบบใหม่ที่ Google เปิดตัวไปเมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2017 "เราได้เห็นผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมจากการทำ SEO" Allen Jilo ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Eventbrite กล่าว "ช่วงที่ Google เริ่มใช้ประโยชน์จากมาร์กอัป schema.org สำหรับกิจกรรม เราสังเกตเห็นว่ากิจกรรมต่างๆ ปรากฏในผลการค้นหาในลักษณะที่ต่างออกไป และสนใจที่จะทำงานกับ Google อย่างใกล้ชิดมากขึ้นในการปรับขนาดผลลัพธ์ดังกล่าว"

โซลูชัน

ประสบการณ์การค้นหาแบบใหม่ซึ่งใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่มีโครงสร้าง Event ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ค้นหากิจกรรมต่างๆ ได้ผ่าน Google Search และผลิตภัณฑ์อื่นๆ อย่าง Google Maps นอกจากนี้ ผลการค้นหาที่สมบูรณ์ขึ้นมักจะมีฟีเจอร์อินเทอร์แอกทีฟขั้นสูงที่ช่วยให้ผู้ใช้ดำเนินการบางอย่าง (เช่น ดูรายละเอียดกิจกรรม) ขณะที่ยังอยู่ใน Search ได้ด้วย ตัวอย่างเช่น หากผู้ใช้ค้นหา "คอนเสิร์ตในเดนเวอร์" ประสบการณ์การค้นพบกิจกรรมแบบพิเศษจะปรากฏขึ้นในตลาดที่กำลังค้นหากิจกรรมที่สมบูรณ์ขึ้น

ทีม SEO ของ Eventbrite นำข้อมูลที่มีโครงสร้าง Event ไปใช้กับหน้าต่างๆ ในเว็บไซต์มากขึ้นโดยทำตามเอกสารประกอบสำหรับกิจกรรมของ Google เมื่อใช้เทมเพลตฐาน "การนำไปใช้งานจริงนั้นใช้เวลาไม่นานเลย" Jilo กล่าว ทีมปรับเปลี่ยนข้อมูลที่มีโครงสร้างเพียงเล็กน้อยหลังจากนั้น และพบว่าประสบการณ์ค้นหากิจกรรมนั้นปรับเป็นขนาดต่างๆ ได้ไม่ยากเลย ปัจจุบันกิจกรรมทั้งหมดที่เผยแพร่ใน Eventbrite มีมาร์กอัปข้อมูลที่มีโครงสร้าง และผู้บริโภคในสหรัฐฯ จะเห็นผลการค้นหาที่สมบูรณ์ขึ้น จึงทำให้เรียกดูและค้นพบกิจกรรมที่น่าสนใจได้ง่ายยิ่งขึ้น นอกจากนี้บริษัทยังใช้ Search Console และเครื่องมือทดสอบข้อมูลที่มีโครงสร้างเพื่อกำจัดข้อผิดพลาดในข้อมูลมาร์กอัปด้วย

ทีมได้ทดสอบหน้ากิจกรรมหลายหน้าหลังจากที่เพิ่มพร็อพเพอร์ตี้ข้อมูลที่มีโครงสร้างที่ Google แนะนำ "ข้อมูลที่มีโครงสร้างช่วยให้ Google แสดงวันที่และสถานที่จัดกิจกรรม รวมถึงรายละเอียดที่สำคัญอื่นๆ เพื่อให้ข้อมูลโดดเด่นกว่าผลการค้นหาอื่นได้" Jilo กล่าว "เริ่มแรกเราไม่แน่ใจว่าจะเห็นประโยชน์อะไรบ้าง"

ผลลัพธ์

ตัวอย่างกิจกรรมในผลการค้นหา

เมื่อมีโครงการ SEO ที่กำลังดำเนินอยู่หลายโครงการ การระบุสิ่งที่ช่วยให้ได้รับการเข้าชม, Conversion หรือยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างเจาะจงอาจเป็นเรื่องยาก แต่ Eventbrite เชื่อว่าประสบการณ์ค้นหากิจกรรมของ Google นั้นมีประสิทธิภาพ Jilo เล่าผลลัพธ์ให้ฟังว่า "1 เดือนหลังจากที่เรานำประสบการณ์การค้นหาใหม่มาใช้ ข้อมูลของ Google Analytics แสดงให้เห็นว่าการเข้าชมหน้าข้อมูลกิจกรรมของเราจาก Google Search เพิ่มขึ้นประมาณ 100% เมื่อเทียบกับการเติบโตแบบปีต่อปีตามปกติ" ประสบการณ์การค้นหาที่สมบูรณ์ขึ้นนี้ "ช่วยเพิ่มการเข้าชมและยอดขายบัตรเข้างานได้จริงๆ"

"ภายใน 2-3 สัปดาห์เราเริ่มเห็นว่าผลการค้นหากิจกรรมของเราใน Google มีลักษณะที่ต่างไปจากเดิม" Jilo กล่าว ประสบการณ์การค้นหาของ Google ช่วยดึงดูดให้ผู้ใช้มาที่หน้ากิจกรรมได้มากขึ้นจริงๆ และเมื่อผู้ใช้เหล่านั้นทำ Conversion ก็หมายความว่าผู้จัดกิจกรรมขายบัตรได้เพิ่มขึ้นด้วย"

Eventbrite ได้ใช้ข้อมูลที่มีโครงสร้าง Event ในหน้าการค้นพบหลักๆ และคาดว่าจะใช้ฟังก์ชันนี้กับหน้าการค้นพบใหม่ทุกประเภท "เราจะพิจารณาเพิ่มข้อมูลที่มีโครงสร้าง Event ในหน้าเหล่านั้นด้วยอย่างแน่นอน" Jilo กล่าว "ประสบการณ์การค้นหาของ Google สำหรับงานกิจกรรมต่างๆ เป็นขั้นตอนที่ให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจอย่างแท้จริง"