Discover และเว็บไซต์ของคุณ

Discover แสดงเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับความสนใจของผู้ใช้โดยอิงจากกิจกรรมบนเว็บและแอป

สำรวจ

สำหรับ Search ผู้ใช้จะป้อนข้อความค้นหาเพื่อดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์ซึ่งเกี่ยวข้องกับคำค้นหาดังกล่าว แต่ Discover มีวิธีการทำงานที่ต่างออกไป นั่นคือจะไม่แสดงผลลัพธ์ตามคำค้นหา แต่แสดงเนื้อหาโดยอิงจากสิ่งที่ระบบอัตโนมัติของ Google คิดว่าตรงกับความสนใจของผู้ใช้

Discover เป็นฟีดที่มีการปรับเปลี่ยนในระดับสูงให้เหมาะกับผู้ใช้ จึงมุ่งปรับการทำงานให้สามารถรับรู้ถึงความสนใจของผู้ใช้และแสดงเนื้อหาที่สอดคล้องกับความสนใจนั้น เนื้อหาใน Discover จะรีเฟรชโดยอัตโนมัติเมื่อมีการเผยแพร่เนื้อหาใหม่ อย่างไรก็ตาม Discover ออกแบบมาให้แสดงเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ทุกประเภทจากทั่วเว็บ ไม่ใช่แค่เนื้อหาที่เผยแพร่ใหม่เท่านั้น

เราปรับปรุง Discover อยู่เสมอเพื่อแสดงเนื้อหาที่เป็นประโยชน์และปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับผู้ใช้ ลักษณะการทำงานที่เป็นแบบค้นพบโดยบังเอิญของ Discover ทำให้การเข้าชมจาก Discover คาดการณ์หรือเชื่อถือได้น้อยกว่าเมื่อเทียบกับ Search และถือว่าเป็นการเข้าชมเสริมจากการเข้าชมจาก Search การดำเนินการอย่างต่อเนื่องของเราเพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของผู้ใช้ Discover อาจทำให้เว็บไซต์ต่างๆ พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงในการเข้าชมซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับคุณภาพของเนื้อหาหรือความถี่ในการเผยแพร่เนื้อหาของตนแต่อย่างใด

ลักษณะที่เนื้อหาแสดงใน Discover

เนื้อหาจะมีสิทธิ์แสดงใน Discover โดยอัตโนมัติหาก Google จัดทำดัชนีไว้และเป็นไปตามนโยบายเนื้อหาของ Discover โดยไม่จำเป็นต้องมีแท็กพิเศษหรือข้อมูลที่มีโครงสร้าง โปรดทราบว่าการมีสิทธิ์แสดงใน Discover ไม่ได้เป็นการรับประกันว่าจะได้แสดง

ระบบอัตโนมัติของเราแสดงเนื้อหาใน Discover จากเว็บไซต์ที่มีหน้าเว็บจำนวนมากซึ่งแสดงให้เห็นทักษะความเชี่ยวชาญ การมีข้อมูลสนับสนุน และความเชื่อถือได้ (ทั้ง 3 ด้านนี้รวมเรียกว่า E-A-T ซึ่งมาจากคำว่า Expertise, Authoritativeness และ Trustworthiness ตามลำดับ) ผู้ที่ต้องการปรับปรุง E-A-T อาจคำนึงถึงคำถามเดียวกันกับที่เราแนะนำให้เจ้าของเว็บไซต์พิจารณาเมื่อต้องการแสดงเนื้อหาใน Search แม้ว่า Search และ Discover จะมีความแตกต่างกัน แต่หลักการโดยรวมของ E-A-T ที่ใช้กับเนื้อหาในเครื่องมือค้นหาและฟีเจอร์ดังกล่าวนั้นคล้ายกัน

หากต้องการเพิ่มโอกาสที่เนื้อหาของคุณจะปรากฏใน Discover เราขอแนะนำดังนี้

  • ใช้ชื่อหน้าเว็บที่สรุปสาระสำคัญของเนื้อหา แต่ไม่มีลักษณะเป็นคลิกเบต
  • ใส่รูปภาพคุณภาพสูงที่ดึงดูดใจไว้ในเนื้อหา โดยเฉพาะรูปภาพขนาดใหญ่ที่น่าจะทำให้เกิดการเข้าชมจาก Discover รูปภาพขนาดใหญ่ต้องมีความกว้างอย่างน้อย 1200 พิกเซลและเปิดใช้ด้วยการตั้งค่า max-image-preview:large หรือโดยใช้ AMP หลีกเลี่ยงการใช้โลโก้ของเว็บไซต์เป็นรูปภาพ
  • หลีกเลี่ยงกลยุทธ์ในการเพิ่มการมีส่วนร่วมที่สูงเกินจริงโดยใช้รายละเอียดที่ทำให้เข้าใจผิดหรือเกินจริงในเนื้อหาตัวอย่าง (ชื่อ ตัวอย่าง หรือรูปภาพ) เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ หรือโดยไม่ระบุข้อมูลสำคัญที่จำเป็นต่อการทำความเข้าใจสาระของเนื้อหา
  • หลีกเลี่ยงกลยุทธ์ที่ดึงดูดความสนใจโดยตอบสนองต่อความสงสัยใคร่รู้ในเรื่องที่น่ากลัว ความตื่นเต้น หรือความเจ็บแค้น
  • มีเนื้อหาที่สอดคล้องกับความสนใจในปัจจุบัน บอกเล่าเรื่องราวได้ดี หรือให้ข้อมูลเชิงลึกที่ไม่ซ้ำใคร

Discover ต้องการนำเสนอเนื้อหาที่เหมาะสมสำหรับฟีดที่อิงตามความสนใจ เช่น บทความและวิดีโอ ตลอดจนกรองเนื้อหาซึ่งไม่เป็นที่ต้องการหรือเนื้อหาที่อาจทำให้ผู้อ่านสับสนออก เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีแก่ผู้ใช้ ตัวอย่างเช่น Discover อาจไม่แนะนำใบสมัครงาน การร้องเรียน แบบฟอร์ม ที่เก็บโค้ด หรือเนื้อหาเสียดสีที่ไม่มีบริบท

ฟีเจอร์การติดตามและเว็บไซต์ (เบต้า)

ฟีเจอร์การติดตามช่วยให้ผู้ใช้ติดตามเว็บไซต์และรับข้อมูลอัปเดตล่าสุดจากเว็บไซต์นั้นได้ในแท็บกําลังติดตามภายใน Discover ใน Chrome ขณะนี้ปุ่ม "ติดตาม" เป็นฟีเจอร์ทดลองที่พร้อมให้บริการเป็นภาษาอังกฤษแก่ผู้ใช้บางกลุ่มในสหรัฐอเมริกาที่ใช้ Chrome สำหรับ Android รุ่นเบต้า

ปุ่ม "ติดตาม" ใน Chrome แท็บ "กำลังติดตาม" ภายใน Discover ใน Chrome

โดยค่าเริ่มต้น ฟีเจอร์การติดตามจะใช้ฟีด RSS หรือ Atom ในเว็บไซต์ แต่หากไม่พบฟีดเหล่านี้ Google จะสร้างฟีดให้กับทั้งโดเมนโดยอัตโนมัติโดยพิจารณาจากลักษณะของเว็บไซต์ หากในเว็บไซต์มีฟีดอย่างน้อย 1 รายการ คุณสามารถปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานการติดตามได้โดยแจ้งให้ Google ทราบอย่างชัดเจนว่าต้องการให้ผู้ใช้ติดตามฟีดใดสำหรับหน้าของเว็บไซต์หน้านั้น

เพิ่มประสิทธิภาพหน้าเว็บสําหรับฟีเจอร์การติดตาม

เพื่อช่วยให้ Google ทราบว่าคุณต้องการให้ผู้ใช้ติดตามฟีดใดสำหรับหน้านั้นๆ ให้เพิ่มองค์ประกอบต่อไปนี้ในส่วน <head> ของหน้าฮับและหน้ารายละเอียดโดยอ้างอิงฟีด RSS หรือ Atom

RSS

<link rel="alternate" type="application/rss+xml" href="https://feeds.feedburner.com/blogspot/amDG">

Atom

<link rel="alternate" type="application/atom+xml" href="https://feeds.feedburner.com/blogspot/amDG">

เช่น องค์ประกอบ <link> นี้จะอยู่ในหน้า Landing Page ของบล็อก Google Search Central (หน้าฮับ) และในหน้าบล็อกโพสต์แต่ละหน้า (หน้ารายละเอียด)

หน้าฮับ

<html>
  <head>
    <link rel="alternate" type="application/rss+xml" href="https://feeds.feedburner.com/blogspot/amDG" />
  </head>
  <body>
    <h1>Google Search Central Blog</h1>
  </body>
</html>

หน้ารายละเอียด

<html>
  <head>
    <link rel="alternate" type="application/rss+xml" href="https://feeds.feedburner.com/blogspot/amDG" />
  </head>
  <body>
    <h1>A new way to enable video key moments in Search</h1>
  </body>
</html>

หลักเกณฑ์เกี่ยวกับฟีด

ทําตามหลักเกณฑ์ต่อไปนี้เพื่อให้ Google พบและเข้าใจฟีด RSS หรือ Atom ของคุณ

  • อย่าบล็อกฟีดด้วยไฟล์ robots.txt
  • ตรวจสอบว่าฟีดเป็นข้อมูลล่าสุดอย่างที่ทำกับไฟล์แผนผังเว็บไซต์
  • คุณโฮสต์ฟีดไว้ที่อื่นที่ไม่ใช่โดเมนของคุณได้ ซึ่ง Google รองรับวิธีการนี้
  • หากเปลี่ยนเส้นทางฟีด ให้ใช้รหัสสถานะ HTTP 3xx (redirects) เพื่อให้ Google ติดตามได้

การระบุฟีดหลายรายการ

หากมีหลายฟีดในเว็บไซต์ (เช่น เว็บไซต์ข่าวที่มีฟีด RSS สําหรับหน้าแรก ส่วนธุรกิจ และเทคโนโลยี) ให้ทําอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

  • เพิ่มองค์ประกอบ <link> ในฟีดรายการเดียวที่เหมาะกับหน้านั้น เช่น หากเป็นบทความเกี่ยวกับเทคโนโลยี ให้ระบุฟีดเทคโนโลยีในองค์ประกอบ <link>
    <html>
      <head>
        <link rel="alternate" type="application/rss+xml" href="https://example.com/technology/feed/" />
      </head>
      <body>
        <h1>What's next for Technology in 2022</h1>
      </body>
    </html>
  • เพิ่มฟีดหลายรายการตามลําดับที่ต้องการ เช่น คุณอาจต้องการให้ผู้ใช้ติดตามฟีดสําหรับหน้าแรก ส่วนธุรกิจ และเทคโนโลยีตามลําดับ Google ใช้ข้อมูลนี้เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นเกี่ยวกับการใช้ฟีดหลายรายการทั่วทั้งเว็บไซต์
    <html>
      <head>
        <link rel="alternate" type="application/rss+xml" href="https://example.com/feed/" />
        <link rel="alternate" type="application/rss+xml" href="https://example.com/business/feed/" />
        <link rel="alternate" type="application/rss+xml" href="https://example.com/technology/feed/" />
      </head>
      <body>
        <h1>What's next for Business and Technology in 2022</h1>
      </body>
    </html>

ตรวจสอบประสิทธิภาพของคุณใน Discover

หากมีเนื้อหาใน Discover คุณจะตรวจสอบประสิทธิภาพได้โดยใช้รายงานประสิทธิภาพสำหรับ Discover รายงานนี้แสดงจำนวนการแสดงผล การคลิก และ CTR สำหรับเนื้อหาใดก็ตามที่ปรากฏใน Discover ในช่วง 16 เดือนที่ผ่านมา ตราบใดที่ข้อมูลของคุณถึงเกณฑ์การแสดงผลขั้นต่ำ รายงานประสิทธิภาพของ Discover รวมการเข้าชมจาก Chrome และติดตามการเข้าชมจาก Discover ของเว็บไซต์อย่างเต็มรูปแบบในทุกแพลตฟอร์มที่ผู้ใช้โต้ตอบกับ Discover ซึ่งรวมถึงการแสดงผลและการคลิกจากแท็บ "กำลังติดตาม"