ประกาศรับสมัครงาน

คุณปรับปรุงประสบการณ์การหางานให้ดีขึ้นได้ด้วยการเพิ่มข้อมูลที่มีโครงสร้างของประกาศรับสมัครงานลงในหน้าเว็บประกาศรับสมัครงาน การเพิ่มข้อมูลที่มีโครงสร้างช่วยให้ประกาศรับสมัครงานของคุณมีสิทธิ์แสดงในประสบการณ์พิเศษของผู้ใช้ในผลการค้นหาของ Google Search คุณยังผสานรวมกับ Google โดยใช้เว็บไซต์รับสมัครงานของบุคคลที่สามได้ด้วย ฟีเจอร์นี้มีข้อดีหลายประการสำหรับนายจ้างและเจ้าของเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับงาน ดังนี้

  • ผลการค้นหารวมอยู่ในผลการค้นหาที่สมบูรณ์ขึ้น: ประกาศของคุณอาจมีสิทธิ์แสดงในประสบการณ์การค้นหางานใน Google โดยมีทั้งโลโก้ รีวิว การให้คะแนน และรายละเอียดของตำแหน่งงาน
  • ดึงดูดผู้สมัครที่สนใจมากยิ่งขึ้น: ประสบการณ์ของผู้ใช้แบบใหม่ช่วยให้ผู้หางานกรองตามเกณฑ์ต่างๆ ได้ เช่น สถานที่ทำงานหรือตำแหน่งงาน ซึ่งช่วยให้คุณดึงดูดผู้สมัครที่มองหางานแต่ละตำแหน่งนั้นจริงๆ
  • โอกาสในการค้นพบและ Conversion ที่เพิ่มมากขึ้น: ผู้หางานจะมีสถานที่ใหม่ให้โต้ตอบกับประกาศของคุณและคลิกผ่านไปยังเว็บไซต์ของคุณได้

ความพร้อมใช้งานในภูมิภาค

เรายินดีที่จะนำฟีเจอร์การค้นหางานใน Google ไปสู่ภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกมากขึ้น ขณะนี้ฟีเจอร์นี้พร้อมใช้งานในภูมิภาคต่อไปนี้

ตัวอย่าง

นี่คือตัวอย่างของผลการค้นหางาน

ตัวอย่างประกาศรับสมัครงานในผลการค้นหา

ดูตัวอย่างของประกาศรับสมัครงานรายการหนึ่งที่ใช้โค้ด JSON-LD ใน SDTT

สร้างประกาศรับสมัครงาน

  1. ตรวจสอบว่า Googlebot รวบรวมข้อมูลหน้าเว็บประกาศรับสมัครงานของคุณได้ (ไม่ได้ป้องกันหน้าเว็บไว้ด้วยไฟล์ robots.txt หรือเมตาแท็ก robots)
  2. ตรวจสอบว่าการตั้งค่าการโหลดของโฮสต์อนุญาตให้รวบรวมข้อมูลบ่อยๆ ได้
  3. ดูว่าคุณได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของเรา
  4. เพิ่มข้อมูลที่มีโครงสร้างของประกาศรับสมัครงานลงในหน้าเว็บ
  5. หากคุณมีสำเนาประกาศรับสมัครงานเดียวกันหลายรายการในเว็บไซต์ที่โฮสต์ไว้ ภายใต้ URL ที่ต่างกัน ให้ใช้ URL ตามรูปแบบบัญญัติในสำเนาแต่ละรายการของหน้า
  6. ทดสอบและพรีวิวข้อมูลที่มีโครงสร้าง
  7. แจ้งให้ Google ทราบโดยทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
    • ใช้ Indexing API เพื่อแจ้ง Google เกี่ยวกับ URL ใหม่ๆ ที่จะรวบรวมข้อมูลหรือแจ้งว่าเนื้อหาใน URL หนึ่งๆ มีการอัปเดต
    • หากคุณไม่ได้ใช้ Indexing API ให้ส่งแผนผังไซต์ใหม่ให้ Google โดยส่งคำขอ GET ไปยัง URL ต่อไปนี้
      http://www.google.com/ping?sitemap=location_of_sitemap

      ตัวอย่างเช่น

      http://www.google.com/ping?sitemap=http://www.example.com/sitemap.xml

      เรานำเข้าแผนผังไซต์ทั้งแผนผังและรวบรวมข้อมูลหน้าต่างๆ อีกครั้ง ซึ่งมีเวลา lastmod ที่เป็นปัจจุบันมากกว่าเวลาที่มีการรวบรวมข้อมูลหน้าเหล่านั้นครั้งล่าสุด

นำประกาศรับสมัครงานออก

หากต้องการนำประกาศรับสมัครงานที่ไม่ได้ใช้งานแล้วออก ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. ตรวจสอบว่ามีการนำหน้าเว็บออกแล้วโดยทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
    • ดูแลให้มีการสร้างพร็อพเพอร์ตี้ validThrough และค่าในพร็อพเพอร์ตี้อยู่ในอดีต
    • นำออกทั้งหน้า (เพื่อให้แสดงรหัสสถานะ 404 หรือ 410 เมื่อมีการขอหน้านี้)
    • นำข้อมูลที่มีโครงสร้าง JobPosting ออกจากหน้า
  2. แจ้งให้ Google ทราบโดยทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
    • ใช้ Indexing API เพื่อขอให้นำ URL ประกาศรับสมัครงานออกจากดัชนีของ Google Search
    • หากคุณไม่ได้ใช้ Indexing API ให้ส่งแผนผังไซต์ใหม่ให้ Google โดยส่งคำขอ GET ไปยัง URL ต่อไปนี้
      http://www.google.com/ping?sitemap=location_of_sitemap

      ตัวอย่างเช่น

      http://www.google.com/ping?sitemap=http://www.example.com/sitemap.xml

      เรานำเข้าแผนผังไซต์ทั้งแผนผังและรวบรวมข้อมูลหน้าต่างๆ อีกครั้ง ซึ่งมีเวลา lastmod ที่เป็นปัจจุบันมากกว่าเวลาที่มีการรวบรวมข้อมูลหน้าเหล่านั้นครั้งล่าสุด

Google ใช้รูปโลโก้ประกาศรับสมัครงานเดียวกันกับรูปที่แสดงในการ์ดกราฟความรู้ของบริษัท คุณแนะนำการเปลี่ยนแปลงได้ หากต้องการใช้โลโก้อื่น หรือระบุโลโก้ที่ต้องการ (ทั้งสำหรับการ์ดกราฟความรู้และประกาศรับสมัครงานของบริษัท) โดยใช้ข้อมูลที่มีโครงสร้าง

หากคุณมีเว็บไซต์รับสมัครงานของบุคคลที่สาม คุณอาจให้โลโก้อื่นขององค์กรหนึ่งๆ ซึ่งไม่ใช่รูปภาพที่แสดงในการ์ดกราฟความรู้ขององค์กร Google จะเลือกโลโก้ที่ดีที่สุดเพื่อแสดงในผลการค้นหาของ Search ไม่ว่าจะเป็นโลโก้กราฟความรู้หรือโลโก้ hiringOrganization พร็อพเพอร์ตี้โลโก้จะแสดงได้เฉพาะในเว็บไซต์งานของคุณ และจะไม่ใช่โลโก้ตามรูปแบบบัญญัติ ขององค์กร ดู hiringOrganization สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

หลักเกณฑ์

คุณต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เหล่านี้เพื่อให้มีสิทธิ์ปรากฏในฟีเจอร์ค้นหางานของ Google

หลักเกณฑ์ทางเทคนิค

  • ใส่ข้อมูลที่มีโครงสร้างในหน้าที่มีรายละเอียดมากที่สุด อย่าเพิ่มข้อมูลที่มีโครงสร้างลงในหน้าเว็บที่ใช้แสดงตำแหน่งงาน (เช่น หน้าผลการค้นหา) แต่ให้ใช้ข้อมูลที่มีโครงสร้างกับหน้าที่เจาะจงที่สุดซึ่งอธิบายตำแหน่งงาน 1 งานด้วยข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
  • เพิ่มพร็อพเพอร์ตี้ JobPosting สำหรับประกาศรับสมัครงานแต่ละรายการที่คุณต้องการโฆษณา ข้อมูลที่มีโครงสร้างควรปรากฏในหน้าเดียวกันกับคำอธิบายตำแหน่งงานที่ผู้หางานอ่านจากเบราว์เซอร์ของตนได้
  • พร็อพเพอร์ตี้ส่วนใหญ่ควรเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในหน้าเว็บประกาศรับสมัครงาน เว้นแต่คำอธิบายจะระบุไว้อย่างเจาะจงว่าเพิ่มได้มากกว่า 1 ครั้ง
  • หากคุณเลือกใช้แผนผังไซต์เพื่อให้ Google ทราบเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงใน URL ประกาศรับสมัครงาน ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ทั่วไปสำหรับแผนผังไซต์ นอกจากนี้หลักเกณฑ์แผนผังไซต์ดังต่อไปนี้ยังใช้กับ URL ประกาศรับสมัครงานด้วย

    • ดูแลให้ Googlebot เข้าถึง URL ในแผนผังไซต์ได้ ตรวจสอบว่า URL ที่คุณระบุในแผนผังไซต์ไม่ได้อยู่หลังไฟร์วอลล์หรือถูกไฟล์ robots.txt บล็อกไว้
    • ใช้เวลาที่แม่นยำที่สุดเท่าที่ทำได้สำหรับค่า <lastmod> (แผนผังไซต์), <pubDate> (RSS) หรือ <updated> (Atom) เพื่อระบุเวลาที่เพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงหน้าเว็บ ค่านี้ควรเป็นเวลาล่าสุดที่มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาใน URL คุณต้องใช้เวลาที่แม่นยำเพราะแบนด์วิดท์การรวบรวมข้อมูลมีจำกัด และเวลาที่แม่นยำจะช่วยให้เราไม่ต้องรวบรวมข้อมูลหน้าที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง นอกจากนี้ ยิ่ง Google ต้องรวบรวมข้อมูลจากหน้าของคุณมากเท่าใด ก็จะยิ่งต้องเพิ่มโหลดให้เซิร์ฟเวอร์ของคุณมากขึ้นเท่านั้นด้วย
    • อย่ารวมหน้าผลการค้นหา หน้ารายการ หรือหน้าแบบไดนามิกอื่นๆ ในแผนผังไซต์
    • URL ในแผนผังไซต์ควรมีหน้า Canonical ของประกาศรับสมัครงานแต่ละรายการ

หลักเกณฑ์เนื้อหา

  • ประกาศรับสมัครงานต้องถูกต้อง ประกาศรับสมัครงานที่ถูกต้องจะช่วยให้ผู้หางานสมัครตำแหน่งที่บริษัทหรือเอเจนซีเปิดรับอยู่ได้โดยตรงทางออนไลน์
  • ประกาศรับสมัครงานต้องนำเสนอองค์กรที่เป็นผู้ว่าจ้างและงานที่ผู้สมัครจะต้องทำอย่างถูกต้องเหมาะสม
  • หาก Google ได้รับการร้องเรียนว่าเนื้อหาในตำแหน่งงานอาจละเมิดกฎหมาย (เช่น หากเจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือลิขสิทธิ์รายงานตำแหน่งงานที่ใช้เนื้อหาของตนโดยไม่ได้รับอนุญาต) เราจะจัดการกับตำแหน่งงานนั้นตามนโยบายการนำเนื้อหาออกของเรา
  • อย่าใช้ภาษาลามก หยาบคาย หรือไม่เหมาะสม

คำจำกัดความประเภทข้อมูลที่มีโครงสร้าง

ส่วนนี้จะอธิบายประเภทข้อมูลที่มีโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับประกาศรับสมัครงาน

คุณต้องระบุพร็อพเพอร์ตี้ที่จำเป็นเพื่อให้ข้อมูลที่มีโครงสร้างของคุณแสดงในผลการค้นหา ระบบจะไม่พิจารณาประกาศรับสมัครงานที่กรอกช่องที่ต้องกรอกไม่ครบสำหรับผลการค้นหาที่เพิ่มประสิทธิภาพของ Search และคุณยังใส่พร็อพเพอร์ตี้แนะนำเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมในข้อมูลที่มีโครงสร้างได้ด้วย ซึ่งจะมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นแก่ผู้ใช้ได้

คุณใช้ SDTT เพื่อตรวจสอบความถูกต้องและพรีวิวข้อมูลที่มีโครงสร้างของคุณได้

JobPosting

ดูคำจำกัดความที่สมบูรณ์ของ JobPosting ได้ที่ schema.org/JobPosting

พร็อพเพอร์ตี้
@context

ต้องระบุ

ตั้งค่า @context เป็น "http://schema.org/"

@type

ต้องระบุ

ตั้งค่า @type เป็น "JobPosting" ตัวอย่างเช่น

"@type": "JobPosting"
baseSalary

MonetaryAmount แนะนำ

เงินเดือนฐานตามจริงของงานนี้ ตามที่นายจ้างระบุไว้ (ไม่ใช่ค่าโดยประมาณ)

สำหรับ unitText ของ QuantitativeValue ให้ใช้ค่าที่พิจารณา ตัวพิมพ์เล็กและตัวพิมพ์ใหญ่ต่อไปนี้

  • "HOUR"
  • "DAY"
  • "WEEK"
  • "MONTH"
  • "YEAR"

ตัวอย่างเช่น

"baseSalary": {
  "@type": "MonetaryAmount",
  "currency": "USD",
  "value": {
    "@type": "QuantitativeValue",
    "value": 40.00,
    "unitText": "HOUR"
  }
}

หากต้องการระบุช่วงเงินเดือน ให้กำหนด minValue และ maxValue แทนที่จะกำหนด value เพียงรายการเดียว ตัวอย่างเช่น

"baseSalary": {
  "@type": "MonetaryAmount",
  "currency": "USD",
  "value": {
    "@type": "QuantitativeValue",
    "minValue": 40.00,
    "maxValue": 50.00,
    "unitText": "HOUR"
  }
}
datePosted

Date ต้องระบุ

วันที่ดั้งเดิมที่นายจ้างโพสต์งานในรูปแบบ ISO 8601 เช่น "2017-01-24" หรือ "2017-01-24T19:33:17+00:00"

"datePosted": "2016-02-18"
description

Text ต้องระบุ

คำอธิบายฉบับเต็มของงานในรูปแบบ HTML

description ควรเป็นการนำเสนองานที่สมบูรณ์ ซึ่งรวมถึงหน้าที่รับผิดชอบในงาน คุณสมบัติ ทักษะ เวลาทำงาน วุฒิการศึกษาขั้นต่ำ และประสบการณ์การทำงาน description ต้องไม่เหมือนกับ title

หลักเกณฑ์เพิ่มเติม

  • คุณต้องจัดรูปแบบคำอธิบายเป็นแบบ HTML
  • เพิ่มการแบ่งย่อหน้าโดยใช้ <br>, <p> หรือ \n ให้น้อยที่สุด
  • แท็กที่ถูกต้อง ได้แก่ <p>, <ul>, <li> และส่วนหัว <h1> ถึง <h5>
  • คุณยังใช้แท็กการจัดรูปแบบระดับตัวอักษร เช่น <strong> และ <em> ได้ด้วย
employmentType

Text แนะนำ

ประเภทการว่าจ้าง ตัวอย่างเช่น

"employmentType": "CONTRACTOR"

เลือกค่าที่พิจารณาตัวพิมพ์เล็กและตัวพิมพ์ใหญ่ต่อไปนี้ 1 ค่าหรือมากกว่า

  • "FULL_TIME"
  • "PART_TIME"
  • "CONTRACTOR"
  • "TEMPORARY"
  • "INTERN"
  • "VOLUNTEER"
  • "PER_DIEM"
  • "OTHER"

คุณระบุพร็อพเพอร์ตี้ employmentType ได้มากกว่า 1 รายการ ตัวอย่างเช่น

"employmentType": ["FULL_TIME", "CONTRACTOR"]
estimatedSalary

อาร์เรย์ของ MonetaryAmountDistribution แนะนำ

เงินเดือนโดยประมาณของประกาศรับสมัครงานที่เจาะจงโดยอิงตามตัวแปรที่หลากหลาย ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะอุตสาหกรรม ตำแหน่งงาน และสถานที่ทำงาน โดยทั่วไปองค์กรภายนอกจะเป็นผู้คำนวณเงินเดือนโดยประมาณ ดังนั้นองค์กรที่จ้างงานจึงไม่จำเป็นต้องใช้เงินเดือนโดยประมาณนี้

หากคุณระบุเงินเดือนตามจริงของประกาศรับสมัครงานได้ ให้ใช้ baseSalary แทน estimatedSalary หากต้องการระบุเงินเดือนโดยประมาณของอาชีพหนึ่ง ให้ใช้ Occupation

สำหรับ unitText ของ QuantitativeValue ให้ใช้ค่าที่พิจารณาตัวพิมพ์เล็กและตัวพิมพ์ใหญ่ต่อไปนี้

  • "HOUR"
  • "DAY"
  • "WEEK"
  • "MONTH"
  • "YEAR"

ตัวอย่างเช่น

"estimatedSalary": {
  "@type": "MonetaryAmount",
  "currency": "USD",
  "value": {
    "@type": "QuantitativeValue",
    "value": 40.00,
    "unitText": "HOUR"
  }
}

หากต้องการระบุช่วงเงินเดือน ให้กำหนด minValue และ maxValue แทนที่จะกำหนด value เพียงรายการเดียว ตัวอย่างเช่น

"estimatedSalary": {
  "@type": "MonetaryAmount",
  "currency": "USD",
  "value": {
    "@type": "QuantitativeValue",
    "minValue": 40.00,
    "maxValue": 50.00,
    "median": 45.00,
    "unitText": "HOUR"
  }
}

หากต้องการคิดเงินเดือนพื้นฐาน โบนัส และค่าตอบแทนรูปแบบอื่นๆ ให้กำหนดเงินเดือนหลายรายการในอาร์เรย์ estimatedSalary โดยคุณต้องระบุเงินเดือนพื้นฐาน ค่าตอบแทนประเภทอื่นๆ ไม่จำเป็นต้องระบุก็ได้ ตัวอย่างเช่น

"estimatedSalary": [{
    "@type": "MonetaryAmountDistribution",
    "name": "base",
    "currency": "USD",
    "unitText": "YEAR",
    "minValue": "100000",
    "maxValue": "150000",
    "median": "124900"
  }, {
    "@type": "MonetaryAmountDistribution",
    "name": "bonus",
    "currency": "USD",
    "unitText": "YEAR",
    "minValue": "0",
    "maxValue": "34500",
    "median": "4450"
  }
]
hiringOrganization

Organization ต้องระบุ

องค์กรที่เปิดรับสมัครตำแหน่งงานดังกล่าว ควรเป็นชื่อบริษัท (เช่น “Starbucks, Inc”) และไม่ใช่ชื่อสาขาที่รับสมัคร (เช่น “Starbucks ถนนสุขุมวิท”) ตัวอย่างเช่น

"hiringOrganization": {
  "@type": "Organization",
  "name": "MagsRUs Wheel Company",
  "sameAs": "http://www.magsruswheelcompany.com"
}

โลโก้ในเว็บไซต์รับสมัครงานบุคคลที่สาม

หากคุณมีเว็บไซต์รับสมัครงานของบุคคลที่สาม คุณอาจให้โลโก้อื่นขององค์กรหนึ่งๆ ซึ่งไม่ใช่รูปภาพที่แสดงในการ์ดกราฟความรู้ขององค์กร หากต้องการขอโลโก้อื่นสำหรับองค์กรที่เป็นผู้ว่าจ้าง ให้เพิ่มพร็อพเพอร์ตี้โลโก้ลงในอาร์เรย์ hiringOrganization ตรวจสอบว่าคุณทำตามหลักเกณฑ์รูปภาพโลโก้และหลักเกณฑ์โลโก้บริษัท ตัวอย่างเช่น

"hiringOrganization": {
  "@type": "Organization",
  "name": "MagsRUs Wheel Company",
  "sameAs": "http://www.magsruswheelcompany.com",
  "logo": "http://www.example.com/images/logo.png"
}
identifier

PropertyValue แนะนำ

ตัวระบุงานที่ไม่ซ้ำกันขององค์กรที่เป็นผู้ว่าจ้าง

ตัวอย่างเช่น

"identifier": {
  "@type": "PropertyValue",
  "name": "MagsRUs Wheel Company",
  "value": "1234567"
}
jobLocation

Place ต้องระบุ

ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่ลูกจ้างจะทำงานเป็นหลัก ไม่ใช่สถานที่ที่ลงประกาศรับสมัครงาน รวมช่องต่างๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยิ่งคุณระบุพร็อพเพอร์ตี้มากเท่าใด ประกาศรับสมัครงานก็จะยิ่งมีคุณภาพสูงขึ้นสำหรับผู้ใช้ของเรามากขึ้นเท่านั้น ตัวอย่างเช่น

"jobLocation": {
  "@type": "Place",
  "address": {
    "@type": "PostalAddress",
    "streetAddress": "555 Clancy St",
    "addressLocality": "Detroit",
    "addressRegion": "MI",
    "postalCode": "48201",
    "addressCountry": "US"
  }
}

หากงานมีหลายสาขา ให้เพิ่มพร็อพเพอร์ตี้ jobLocation หลายรายการใน 1 อาร์เรย์ Google จะเลือกสาขาที่ดีที่สุดเพื่อแสดงตามคำค้นหาของผู้หางาน

สำหรับงานที่ลูกจ้างต้องทำงานจากระยะไกลตลอดเวลา 100% และทำงานจากบ้าน ให้เพิ่มช่อง additionalProperty ที่มีค่า TELECOMMUTE ดังนี้

"jobLocation": {
  "@type": "Place",
  "address": {
    "@type": "PostalAddress",
    "streetAddress": "555 Clancy St",
    "addressLocality": "Detroit",
    "addressRegion": "MI",
    "postalCode": "48201" ,
    "addressCountry": "US"
  },
  "additionalProperty": {
    "@type": "PropertyValue",
    "value": "TELECOMMUTE"
  }
}
title

Text ต้องระบุ

ชื่อตำแหน่งงาน (ไม่ใช่ชื่อของประกาศรับสมัครงาน) เช่น "วิศวกรซอฟต์แวร์" หรือ "บาริสต้า" ตัวอย่างเช่น

"title": "Software Engineer"

แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด

  • ช่องนี้ควรใส่เฉพาะชื่อตำแหน่งงาน
  • อย่าใส่รหัสงาน ที่อยู่ วันที่ เงินเดือน หรือชื่อบริษัทในช่อง title

    ไม่แนะนำ: สมัครเลย ตำแหน่งงานไอที พูดภาษาฝรั่งเศสได้ในบูคาเรสต์

    แนะนำ: ผู้เชี่ยวชาญตลาด พูดภาษาฝรั่งเศสได้

  • ระบุชื่อตำแหน่งที่กระชับและเข้าใจง่าย
  • อย่าใช้สัญลักษณ์พิเศษมากเกินไป เช่น "!" และ "*" การใช้สัญลักษณ์พิเศษมากเกินไปอาจทำให้ระบบคิดว่าข้อมูลที่มีโครงสร้างของคุณเป็นมาร์กอัปแบบมีโครงสร้างที่เป็นสแปม ใช้ตัวเลขและอักขระอย่างเช่น "/" และ "-" ได้

    ไม่แนะนำ: *** รับสมัครงานที่โกดังตอนนี้!! ทำงานใกล้รถไฟฟ้า!! ***

    แนะนำ: พนักงานรับส่งของประจำโกดัง

  • อย่าใช้ name แทน title พร็อพเพอร์ตี้ title และ name ใช้แทนกันไม่ได้
  • หากคุณเป็นเว็บไซต์รับสมัครงานบุคคลที่สาม อย่าพยายามแก้ไขชื่อตำแหน่งงานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ข้างต้น เพราะจะทำให้อ่านชื่อตำแหน่งไม่เข้าใจ ให้ใช้ชื่อตำแหน่งที่ได้รับมาจากนายจ้างแทน
validThrough

DateTime ต้องระบุ

วันที่ที่ประกาศรับสมัครงานจะหมดอายุในรูปแบบ ISO 8601 เช่น "2017-02-24" หรือ "2017-02-24T19:33:17+00:00" ตัวอย่างเช่น

"validThrough": "2017-03-18T00:00"

หากประกาศรับสมัครงานไม่มีวันหมดอายุ หรือคุณไม่ทราบว่างานนี้จะหมดอายุเมื่อไร ก็ไม่ต้องระบุพร็อพเพอร์ตี้นี้ หากได้คนทำงานก่อนวันหมดอายุ ให้นำประกาศรับสมัครงานออก

การแก้ปัญหา

หากประกาศรับสมัครงานของคุณไม่ปรากฏในผลการค้นหางานที่สมบูรณ์ขึ้นหรือหากคุณได้รับการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่สำหรับมาร์กอัปแบบมีโครงสร้างที่เป็นสแปมใน Search Console ให้ลองแก้ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดตามรายการด้านล่าง หากคุณยังพบปัญหาอยู่ โปรดตรวจสอบว่าคุณได้อ่านหลักเกณฑ์ของเรา

ข้อมูลที่มีโครงสร้างอยู่ในหน้าที่ไม่ถูกต้อง

error สาเหตุของปัญหา: หน้ารายชื่องาน (หน้าผลการค้นหาที่มีประกาศรับสมัครงานอย่างน้อย 1 รายการ) มีข้อมูลที่มีโครงสร้าง JobPosting ในหน้า ข้อมูลที่มีโครงสร้าง JobPosting ต้องอยู่ในหน้าประกาศรับสมัครงานเท่านั้น (หน้าที่มีตำแหน่งงานเดียวและไม่ใช่หน้าผลการค้นหา) คุณอาจได้รับข้อความจาก Search Console ว่า "การละเมิดนโยบายข้อมูลที่มีโครงสร้าง - หน้ารายชื่อต้องไม่มีข้อมูลที่มีโครงสร้างของแต่ละงาน"

done แก้ปัญหา

  1. นำข้อมูลที่มีโครงสร้าง JobPosting ออกจากหน้ารายชื่อ วางข้อมูลที่มีโครงสร้าง JobPosting ในหน้าที่มีไว้สำหรับประกาศรับสมัครงานเดี่ยวๆ เท่านั้น
  2. เมื่อแก้ปัญหาแล้ว ให้ส่งเว็บไซต์เข้ามารับการพิจารณาอีกครั้ง

เนื้อหาไม่ตรงกับข้อมูลที่มีโครงสร้าง

error สาเหตุของปัญหา: หน้าเว็บมีเนื้อหาที่ไม่ตรงกับข้อมูลที่มีโครงสร้างในหน้า เช่น ชื่อของตำแหน่งงานในหน้าไม่ตรงกับค่าที่แสดงในพร็อพเพอร์ตี้ title นอกจากนี้อาจมีเนื้อหาที่เป็นสแปม เช่น ชื่อและคำอธิบายแบบคลิกเบต ตำแหน่งงานดูเป็นข้อมูลเท็จ หรือประกาศรับสมัครงานไม่ได้นำเสนอตำแหน่งงานจริง ดูรายการตัวอย่างทั้งหมดได้ในหลักเกณฑ์ด้านเนื้อหาของเรา คุณอาจได้รับข้อความจาก Search Console ว่า "การละเมิดนโยบายข้อมูลที่มีโครงสร้าง - พบว่าเนื้อหาในหน้าต่างจากข้อมูลที่มีโครงสร้างในหน้า"

done แก้ปัญหา

  1. ยืนยันว่าข้อมูลที่มีโครงสร้างสอดคล้องกับเนื้อหาจริงในหน้านำเสนอตำแหน่งงานที่จะต้องทำ และไม่ทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิด
  2. ใช้โปรแกรม Googlebot จำลองเพื่อตรวจสอบว่าเนื้อหามองเห็นได้ในหน้าที่แสดงผล (Googlebot จะเห็นหน้าของคุณเป็นหน้าที่แสดงผล)
  3. เมื่อแก้ปัญหาแล้ว ให้ส่งเว็บไซต์เข้ามารับการพิจารณาอีกครั้ง

ตำแหน่งงานที่หมดอายุยังเผยแพร่อยู่

error สาเหตุของปัญหา: ผู้ใช้ยังคงเข้าถึงหน้าเว็บผ่านผลการค้นหางานที่สมบูรณ์ขึ้นได้แม้งานจะหมดอายุไปแล้ว ซึ่งมักจะเกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้

  • ไม่มีพร็อพเพอร์ตี้ validThrough หรือไม่ได้ตั้งค่าให้อยู่ในอดีต
  • หน้านี้ยังคงเผยแพร่อยู่
  • ขั้นตอนตัวเลือกการสมัครของประกาศรับสมัครงานนำทางไปยังหน้าประกาศรับสมัครงานที่หมดอายุ
  • ข้อมูลที่มีโครงสร้าง JobPosting ยังปรากฏในหน้าอยู่ แม้ว่างานจะหมดอายุไปแล้ว

คุณอาจได้รับข้อความจาก Search Console ว่า "การละเมิดนโยบายข้อมูลที่มีโครงสร้าง - ข้อมูลที่มีโครงสร้าง JobPosting ในตำแหน่งงานที่หมดอายุไปแล้ว"

done แก้ปัญหา

  1. นำประกาศรับสมัครงานที่หมดอายุออกโดยทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
    • ดูแลให้มีการสร้างพร็อพเพอร์ตี้ validThrough และค่าในพร็อพเพอร์ตี้อยู่ในอดีต
    • นำออกทั้งหน้า (เพื่อให้แสดงรหัสสถานะ 404 หรือ 410 เมื่อมีการขอหน้านี้)
    • นำข้อมูลที่มีโครงสร้าง JobPosting ออกจากหน้า
  2. แจ้งให้ Google ทราบโดยใช้ Indexing API หากคุณไม่ได้ใช้ Indexing API ให้ส่งแผนผังไซต์ใหม่ให้ Google โดยส่งคำขอ GET ไปยัง URL ต่อไปนี้
    http://www.google.com/ping?sitemap=location_of_sitemap
  3. เมื่อแก้ปัญหาแล้ว ให้ส่งเว็บไซต์เข้ามารับการพิจารณาอีกครั้ง

ไม่มีตัวเลือกการสมัคร

error สาเหตุของปัญหา: ผู้ใช้ไม่มีตัวเลือกให้สมัครงานในหน้าประกาศรับสมัครงาน คุณอาจได้รับข้อความจาก Search Console ว่า "การละเมิดนโยบายข้อมูลที่มีโครงสร้าง - ส่งใบสมัครในหน้ารับสมัครงานไม่ได้"

done แก้ปัญหา

  1. ตรวจสอบว่ามีวิธีสมัครงานให้ผู้ใช้ในหน้า
  2. เมื่อแก้ปัญหาแล้ว ให้ส่งเว็บไซต์เข้ามารับการพิจารณาอีกครั้ง

โลโก้ไม่ถูกต้อง

error สาเหตุของปัญหา: เว็บไซต์ไม่มีกราฟความรู้หรือกราฟความรู้แสดงโลโก้ที่ไม่ถูกต้องของเว็บไซต์ Google ใช้รูปโลโก้ประกาศรับสมัครงานเดียวกันกับรูปที่แสดงในการ์ดกราฟความรู้ของบริษัท สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Google เลือกโลโก้ ให้ดูที่อัปเดตโลโก้บริษัทของคุณ

done แก้ปัญหา

วิธีแก้ปัญหามีด้วยกัน 2 วิธี ดังนี้

  • ตรวจสอบว่าคุณระบุโลโก้ที่ถูกต้องด้วยพร็อพเพอร์ตี้ hiringOrganization.logo การอัปเดตข้อมูลที่มีโครงสร้างจะเร็วกว่าการอัปเดตกราฟความรู้และคุณไม่จำเป็นต้องผ่านการยืนยันสำหรับกราฟความรู้
  • แนะนำการเปลี่ยนแปลงในการ์ดกราฟความรู้ การอัปเดตกราฟความรู้ให้คุณควบคุมได้มากขึ้นว่าองค์กรจะปรากฏให้เห็นอย่างไรใน Google แต่อาจใช้เวลาอัปเดตนานกว่า หากต้องการแก้ปัญหาโลโก้อย่างรวดเร็ว ให้เพิ่มพร็อพเพอร์ตี้ hiringOrganization.logo

สถานที่ทำงานขาดหายไปหรือไม่ถูกต้อง

error สาเหตุของปัญหา: Googlebot ไม่เข้าใจค่าของพร็อพเพอร์ตี้ jobLocation, addressLocality หรือ addressRegion Google พยายามจับคู่ข้อมูลตำแหน่งกับสถานที่ตั้งจริงและตำแหน่งที่ระบุขาดหายไปหรือไม่ถูกต้อง

done แก้ปัญหา

  1. ตรวจสอบว่าข้อมูลที่มีโครงสร้างมีค่าสำหรับ jobLocation, addressLocality หรือ addressRegion (ขึ้นอยู่กับสถานที่ทำงาน พร็อพเพอร์ตี้ตำแหน่งบางอย่างอาจไม่เกี่ยวข้อง)
  2. ตรวจสอบความถูกต้องของการแก้ปัญหาเกี่ยวกับสถานที่ทำงานโดยทำดังนี้
    1. เปิด SDTT
    2. ป้อน URL ประกาศรับสมัครงานในช่องดึงข้อมูล URL
    3. คลิกตรวจสอบ
    4. คลิกดูตัวอย่าง

      สำเร็จ: SDTT แสดงสถานที่ทำงานที่ถูกต้องในเครื่องมือแสดงตัวอย่างของ Google Search

      ลองอีกครั้ง: SDTT แสดง "เท็จ" บริเวณที่ควรจะเป็นสถานที่ทำงานในเครื่องมือแสดงตัวอย่างของ Google Search ตรวจสอบว่าตำแหน่งนั้นเป็นสถานที่จริง